วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การเรียนการสอนครั้งที่ 7


การเรียนการสอน

-  อาจารย์สรุปองค์ความรู้ที่ได้เรียนผ่านมา เพื่อให้ทบทวบและเกิดความเข้าใจที่ตรงกัน โดยที่ใครไม่เข้าใจหรือมีข้อสงสัยสามารถยกมือถามได้เลย

- อาจารย์ได้เปิดโทรทัศน์ครูให้ดูในเรื่องของ  "การจัดประสบการณ์เเบบโครงการของโรงเรียน"
บรรยากาศในห้องเรียน

        วันนี้อาจารย์ติดธุระที่หอประชุมเลยมาช้ากว่าเวลาเข้าสอนประมาณ20 นาที อาจารย์มีลักษณะในการสอนโดยยืนอธิบายด้วยความตั้งใจ ในห้องเพื่อนมาเรียนค่อนข้างเยอะ มีการถาม-ตอบระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ความรู้ที่ได้รับในวันนี้

- ได้เพิ่มเติมความรู้ในเรื่องของ การเรียนแบบโครงการ หรือProject Approach นั่นเอง
- ในการที่ได้ดูโทรทัศน์ครู สิ่งที่ได้รับวันนี้ในเรื่องของ การเรียนเเบบโครงการคือการศึกษาอย่างลงลึกในหัวเรื่องใดหัวเรื่องหนึ่ง โดยเด็กเป็นรายบุคคล เป็นกลุ่ม หรือทั้งชั้นเรียน ซึ่งมีอยู่ 5 ขั้นตอน คือ
  1. อภิปราย
  2. นำเสนอประสบการณ์เดิม
  3. ทำงานภาคสนาม
  4. สืบค้น
  5. จัดเเสดง
ซึ่งมีอยู่ 3 ระยะ คือ 
ระยะที่ 1 ทบทวนความรู้เดิมและความสนใจของเด็ก
ระยะที่ 2 ให้เด็กมีประสบการณ์ใหม่ และมีโอกาสสืบค้นเพื่อหาคำตอบ
ระยะที่ 3 ประเมิน สะท้อนความคิด และแลกเปลี่ยนงานโครงการ

 เมื่อเรียนรู้แล้วสิ่งที่สามารถนำไปใช้ได้คือ 

-  สามารถจัดการเรียนการสอนได้ตรงจุดมุ่งหมายและมีวิธีการจัดที่เหมาะสมโดยคำนึงถึงประโยชน์และสิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ เช่นการเรียนการสอนแบบโครงการ เป็นต้น


* สิ่งที่ต้องทำ คือบล็อคตรวจดูความถูกต้อง เนื้อหาสาระ และความเหมาะสม


วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การเรียนการสอนครั้งที่ 6

การเรียนการสอน
 * วันนี้งดการเรียนการสอนเนื่องจากอาจารย์ติดธุระทางคณะจึงงดการเรียนการสอนและได้ฝากงานไว้ดังนี้
- ทำบล็อคให้เรียบร้อย
- ให้หาสิ่งประดิษฐ์ สิ่งทดลอง ของเล่นตามมุมวิทยาศาสตร์ให้ครบ ทั้งหมด 3 ชิ้น
 * ตรวจงานภายในวันเสาร์ ถ้าไม่เสร็จจะถูกเช็คขาดในวันที่ไมมีการเรียนการสอนและไม่มีคะแนนในงาน 3 ชิ้นที่ได้กล่าวไป

การทดลองเรื่องของแรงตึงผิว 

 

การทดลองแรงตึงผิว เป็นการทดลองที่ง่ายและเหมาะกับเด็กปฐมวัย เป็นการทดลองที่เกี่ยวกับแรงตึงผิว ว่ามีลักษณะอย่างไรและเพราะอะไรจึงเป็นเช่นนี้

อุปกรณ์ :
1. น้ำ 
2. แก้ว
3.เหรียญ
4.ถาดรองแก้ว

วิธีทำ :
น้ำแก้วมาวางหลังจากนั้นก็นำน้ำที่เตรียมมาเทใส่จนเต็มที่ส่วนปากแก้วพอดีหลังจากนั้นน้ำเหรียญที่นำมาประมาน 20 เหรียญ ทยอยใส่ไปเรื่อยๆ จะสังเกตุได้ว่าเมื่อใส่เหรียญไปเรื่อยๆ น้ำหนักของเหรียญไม่สามารถทำให้น้ำหกลงได้เป็นเพราะแรงตึงผิวบริเวณขอบของแก้วทำปฎิกริยากับน้ำนั่นเอง

หลักการทางวิทยาศาสตร์ :
แรงตึงผิว ทำให้น้ำไม่ล้นออกจากแก้ว เพราะบริเวณขอบแก้วนั้นมีแรงยึดเหนี่ยวซึ่งกันและกัน หรือเรียกอีกอย่างว่าแรงตึงผิว แต่ถ้าเราใส่เหรียญมากเกินไปลงในแก้วก็อาจทำให้น้ำนั้นล้นออกจากปากแก้วได้เพราะเนื่องจากเหรียญมีน้ำหนักเมื่อใส่มากจนเกินไปก็จะทำให้ล้นได้

ของเล่นวิทยาศาสตร์ (ทะเลในขวด)


อุปกรณ์ :
1. ขวดน้ำขวดใหญ่
2. สีผสมอาหาร
3. น้ำมันพืช

วิธีทำ :
น้ำขวดมาตั้งไว้หลังจากนั้นก็นำน้ำมาใส่ประมาณครึ่งขวด และหยบดสีผสมอาหารลงไปตามใจเรา หลังจากนั้นนำน้ำมันพืชมาเทไส่ตามความต้องการของเรา เป็นอันเสร็จ

หลักการทางวิทยาศาสตร์ :

เมื่อสารต่างชนิดกันมารวมตัวกันมักจะทำปฎิกริยาที่ต่างกันคือจะแยกตัวกัน ซึ่งเมื่อโยกไปมาจตะทำให้เกิดเป็นคลื่นในทะเลได้ค่ะ


วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การเรียนการสอนครั้งที่ 5

การเรียนการสอน
- อาจารย์ให้การบ้านจากอาทิตย์ที่แล้ว คือให้หาสิ่งประดิษฐ์วิทยาศาสตร์มาาคนละ 1 อย่าง
  โดยมีการนำเสนอในวันนี้ ..
-ให้ดูการทำการทดลองของเด็กๆ อาทิเช่น
  - การทำอาหาร
  - สถานะต่างๆของสสาร การแปรเปลี่ยนสถานะ ของเหลว-ของแข็ง
  - การทำรุ้งกินน้ำเป็นต้น

สิ่งที่นำมาเสนอในวันนี้คือ ..  กลองแขกใบจิ๋ว



อุปกรณ์ :
1. ถ้วยมาม่า
2. ลูกโป่ง
3. กาวหนังไก่
4.เทปใส

วิธีทำ :
1. น้ำถ้วยมาม่าหันก้นเข้าหากัน น้ำกาวหนังไก่ม้วนติดกันก้นมาม่าให้แน่น 
2. น้ำลูกโป่งมาตัดออกครึ่งลูก สวมลูกโป่งเข้ากับถ้วยของก้นมาม่าทั้ง 2 ฝั่ง
3. นำเทปใสมายึดลูกโป่งกับถ้วยมาม่าไว้ให้แน่นเป็นอันเสร็จ

วิธ๊การเล่น
 ใช้มือจับที่ลูกโป่งในลักษณะมือจีบ ดึงเข้า-ออก จะเกิดเสียง

ทักษะที่ได้รับ
- ได้รู้วิธีการทำสิ่งประดิษฐ์ให้เกิดเสียง
-  การใช้สิ่งของที่ใช้แล้วมาประดิษฐ์เป็นของที่มีประโยชน์ชิ้นใหม่

 * สามารถนำไปใช้ในโอกาสต่อไปได้ในมุมวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 4

การเรียนการสอน

 - อาจารย์นำอุปกรณ์มาให้นักศึกษาดู เป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ที่เรียกกันว่า " กระบอกปิงปอง "
ให้นักศึกษาส่งต่อกันให้เพื่อนดูเรื่อย ๆ ว่าเห็นอะไร มีลักษณะอย่างไร และเพราะอะไร
สรุปได้ว่า  กระบอกจะมีเทปกาวสีเข้มติดอยู่รอบๆ จึงทำให้แสงส่องผ่านวัตถุ จึงทำให้มองเห็นลูกปิงปองได้เมื่อขยับกระบอกไปมา
- ให้นักศึกษา ทำสมุดเล่มเล็ก โดยอาจารย์จะแจกกระดาษ A4 รีไซเคิล 1 ใบ ให้พับไปเป็๋นลักษณะสมุดเล่มเล็ก และหลังจากนั้นก็ให้วาด รูปอะไรก็ได้โดยวาดรูปต่อกันจนจบที่ใบที่8 และให้เปิดเร็ว ๆก็จะเห็นภาพที่ต่อกัน และสามารถเคลื่อนไหวได้ทำให้่เกิดการเปลี่ยนแปลง
- ให้นักศึกษาดู VCD  "มหัศจรรย์ของน้ำ"  และสรุปเป็นองค์ความรู้ที่ได้จากการดูส่งให้อาจารย์



ทักษะที่ได้รับได้จากดู VDO

- การจับประเด็นจากการดู VDO
- การเขียนสรุปการจดบันทึก
- การทดลองและเห็นข้อเท็จจริง

 การนำไปประยุกต์ใช้

- เมื่อถึงเวลาประกอบอาชีพเราสามรถนำสิ่งต่าง ๆ ที่ได้ดูไปประกอบการสอนได้ในอนาคต
- ควรจดบันทึกเสมอเมื่อมีการรับรู้ และสรุปคล่าว ๆ พอเข้าใจ (การสรุปการจดการเขียนเร็ว)






วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 3

การเรียนการสอน 

-  ให้นักศึกษาดู VCD   เรื่อง..... ความลับของแสง   และสรุปองค์ความรู้หลักๆ

ความลับของแสง
         แสง  คือ คลื่นชนิดหนึ่ง เปรียบเสมือนคลื่นน้ำทะเล  และสามารถเคลื่อนที่เร็วมาก   แสงช่วยให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆได้
         การทดลอ  การมองเห็นของเเสง  (แสงลอดผ่าน)
 1.  เจาะรูที่กล่องกระดาษ  และเอาวัตถุใส่ไปในกล่อง แล้วปิดฝา   มองเข้าไปในกล่อง
      ผลที่ได้    เราไม่สามารถมองเห็นวัตถุที่อยู่ในกล่องได้  เนื่องจากแสงไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ เกิดจากการปิดฝากล่อง
  2.  กระทำแบบเดิม แต่เปิดฝากล่องออก  มองเข้าไปในกล่อง
       ผลที่ได้     เรามามารถมองเห็นวัตถุที่อยู่ในกล่องได้  เนื่องจากแสงได้ช่วยในการมองเห็น

  ** สรุปการทดลองนี้ ... แสงมีส่วนช่วยในการมองเห็น 
โดยแสงส่องโดนวัตถุต่างๆ และสะท้อนภาพจากวัตถุมาที่ตา **

การเดินทางของแสง    
      แสงเดินทางเป็นเส้นตรง ไปจนถึงวัตถุที่มากั้น และสะท้อนเข้าที่ตา
การทดลอง     การเดินทางของแสง          1. ใช้กระดาษแข็งตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเท่ากัน  2  แผ่น  เท่ากัน
         2.  เจาะรูตรงกลางแผ่นกระดาษทั้ง 2 แผ่น  เท่ากัน
         3.  ทดลองโดยการใช้ไฟฉายส่องไปที่กระดาษทั้งสองแผ่น  โดยกระดาษทั้งสองแผ่นตั้งขนาน
              กับพื้นซ้อนกันในระยะที่ห่างพอสมควร
              ผลที่ได้  จะเห็นว่าแสงเดินทางเป็นเส้นตรง  สังเกตจากแสงที่ผ่านรูกระดาษ

คุณสมบัติของแสง
         1. แสงเดินทางเป็นเส้นตรง
         2. การหักเหของแสง
         3.  การสะท้อนของแสง   
         4.  การกระจายของแสง
หลักการหักเหของแสง
        * ลำแสงจะหักเหได้ก็ต่อเมื่อวัตถุนั้นเป็นคนละชนิด*
       การทดลอง    
       1.  เอาหนังสือว่างหลังแก้วน้ำ  แสงจะเกิดการหักเหและกระจายออก  เป็นหลักการในการผลิตเลนส์
       เลนส์โค้งนูน  =  ใช้รวมแสง ในการจุดไฟ
      การทดลอง   
       1.  ใช้เลนส์ส่องไปที่วัตถุนานๆ เมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดควันไฟขึ้นมา พร้อมกับประกายไฟ
       2.   รุ้งกินน้ำ ก็เกิดจากการหักเหของแสง = แสงจะผ่านละอองน้ำจำนวนมากมาในอากาศ
การสร้างรุ้งกินกินน้ำเอง
       1.  ใช้อ่างน้ำ กับกระจกเงา  แสงพุ่งตกกระทบน้ำในอ่าง แสงจะแยกตัวออกเป็นสี 
       2.   ใช้กระบอกฉีดน้ำ หันไปทางดวงอาทิตย์จะเห็นเป็นแสงที่คล้ายรุ้งกินน้ำเกิดขึ้นจากการฉีดละอองน้ำ
ทักษะที่ได้รับ
    1.  การทดลองวิทยาศาสตร์ในเรื่องของแสง
    2.  การรู้จักคิดอย่างมีเหตุผล และหาข้อเท็จจริง  โดยใช้วิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือในการพิสูจน์

การนำไปประยุกต์ใช้
     1.   การจัดกิจกรรมให้ตรงตามหน่วย // สาระการเรียนรู้
     2.   คิดวิธีการทดลองวิทยาศาสตร์ที่แปลกใหม่โดยการมีกิจกรรมที่ได้รับจากการดู VCD วันนี้เป็นพื้นฐานในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้

(คัดลอกมาจาก อลิสา มานะ เนื่องจากขาดเรียนเพราะปวดท้องประจำเดือน )

วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2556

บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 2

การเรียนการสอน

-เมื่อเข้ามาอาจารย์ให้นักศึกษาทุกคนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 6 คน โดยมีหัวข้อดังนี้
   - ความหมายของวิทยาศาสตร์
   - ความสำคัญของวิทยาศาสตร์
   - พัฒนาการด้านสติปัญญา
   - การเรียนรู้
   - แนวความคิดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
   - กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เมื่อนักศึกษาทุกคนฟังจนเข้าใจหลังจากนั้นก็ แยกย้ายยกเก้าอี้อย่างเป็นระเบียบ หันหน้าเข้าหาหลุ่มของตนเอง 6 คน ต่อ 1 กลุ่ม อาจารย์ได้แจกเนื้อหา เกี่ยวกับ 6 หัวข้อให้สรุปและหาข้อเหมือน / แตกต่าง ของแต่ละกลุ่ม โดยวนกับกลุ่มเพื่อน ๆ จนครบ เมื่อหาความเหมือนความต่างใน 6 หัวข้อของทุกกลุ่มได้แล้ว จากนั้นให้ตัวแทนกลุ่มออกไปนำเสนอสิ่งที่ได้มาโดย ...

1. ความหมายของวิทยาศาตร์ คือ ความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติและกระบวนการการค้นคว้าหาความรู้อย่างเป็นระบบและเป็นขั้นเป็นตอน
2. วิทยาศาสตร์ทำให้คนได้พัฒนาวิธีคิด   ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล   คิดสร้างสรรค์  คิดวิเคราะห์  มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าหาความรู้   มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ   สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้
3.  มีพัฒนาการด้านสติปัญญา (การแก้ปัญหา) + (ไหวพริบปฎิพานในการคิดวิเคราะห์)

ทักษะที่ได้รับในวันนี้
 - การอ่านจับใจความ ( การอ่านเร็ว )
 - การสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
 - การพูดอย่างเป็นลำดับขั้นตอนโดนผ่านกระบวนการคิด ( การนำเสนองานหน้าห้อง )
 - การเขียน (การนำเสนอ) อย่างไรให้คนดูเข้าใจได้มากที่สุด 

การนำไปใช้จากสิ่งที่เรียนวันนี้
 - การมีปฎิสัมพันธ์ที่ดีการยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
 - การช่วยเหลือเกื้อกูล
 -ควรเลือกการนำเสนอให้ถูกต้องตามสิ่งที่ต้องการให้ผู้อื่นรู้และเข้าใจได้ง่าย